รู้จักโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น ชื่อหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น

รู้จักโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น ชื่อหนังสือการ์ตูนมังงะที่ดีที่สุดในโลกของประเทศญี่ปุ่น

รู้จักโชเน็นจัมป์

รู้จักโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น มาทำความรู้จักชื่อหนังสือหรือค่ายการ์ตูนญี่ปุ่นรายสัปดาห์ที่โด่งดังและดีมากที่สุดในโลกที่ผู้ชายและวัยรุ่นยุค90s ทุกคนในประเทศไทยต้องรู้จักและติดตามการ์ตูนมังงะจากหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์จากที่นี้ โดยเว็บของเรานั้นจะพาไปทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาและการเติบโตของหนังสือการ์ตูนชื่อดังนี้

ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนมังงะชื่อดังที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่ว่าจะ Dragonball, Onepiece, Naruto, bleach และอีกมากมายที่หลายคนจะต้องรู้จักและคุ้นหูกับการ์ตูนทุกเรื่องที่กล่าวออกไปข้างต้นกันอย่างแน่นอน โดยผมจะพาไปรู้จักกับหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์กันก่อน การ์ตูน Shonen Jump ทั้งหมด ว่าก่อนที่จะเป็นนิตยสารมังงะที่คนคุ้นเคย  โชเน็นจัมป์

ผมคงต้องย้อนความไปในช่วงปี 1960 หลังจากที่ เทะสึกะ โอซามุ เทพเจ้าแห่งการ์ตูน ผู้พลิกโฉมมังงะร่วมสมัย ทำให้มังงะกลายเป็นสื่อบันเทิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนชาวญี่ปุ่น สำนักพิมพ์ใหญ่ในยุคนั้นจึงก่อตั้งนิตยสารการ์ตูนออกมา เช่นเดียวกับสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะที่ทำตลาดในนิตยสารมังงะไปบ้างแล้ว ภายใต้ชื่อนิตยสารการ์ตูนที่ชื่อว่าโอโมชิโรยบุ๊กแต่ยังไม่ได้รับความนิยมแบบล้นหลาม

อาจเป็นเพราะตอนนั้นนิตยสารตีพิมพ์มังงะทั้งสำหรับเด็กผู้ชายและสำหรับผู้เด็กหญิงปนกันในเล่มเดียว โชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ จนความนิยมเหมือนจะด้อยกว่านิตยสารที่เน้นแต่มังงะสำหรับเด็กผู้ชายอย่าง โชเน็นซันเดย์ กับ โชเน็นแม็กกาซีน ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากกว่าในยุคนั้น ในทางกลับกันทางชูเอย์ฉะมีนิตยสารฝั่งการ์ตูนสำหรับเด็กผู้หญิงอย่าง โชโจบุ๊ก ที่พอจะได้รับความนิยมอยู่บ้างในช่วงปี 1959

จึงมีการออกปรับเปลี่ยน โอโมชิโรยบุ๊ก ที่ให้กลายเป็น โชเน็นบุ๊ก นิตยสารรายเดือนที่ตั้งใจเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังนักอ่านที่เป็นเด็กผู้ชาย นิตยสารโชเน็นบุ๊กมีการ์ตูนดังอยู่หลายเรื่อง อย่าง Big X ของอาจารย์เทะสึกะ โอซามุ และ Mach Go Go Go หรือ Speed Ragerของอาจารย์โยชิดะ เท็ตสึโอะ รวมถึง Harenchi Gakuen ของ อาจารย์นากาอิ โก เกมคาสิโน

จนกระทั้งปี 1968 ทางชูเอย์ฉะได้เปิดตัวนิตยสารโชเน็นจัมป์ที่ช่วงแรกวางจำหน่ายเป็นแบบรายปักษ์ และมีการย้ายการ์ตูนบางเรื่องจากฝั่งโชเน็นบุ๊กไปยังโชเน็นจัมป์ นิตยสารน้องใหม่หัวนี้ก็ใช้เวลาราวครึ่งปีในการพิสูจน์ความนิยมของตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนจากตีพิมพ์รายปักษ์มาเป็นฉบับรายสัปดาห์ เมื่อเดือนตุลาคมปี 1969 ตั้งแต่ตอนนั้นจนยาวมาถึงช่วงยุคปัจจุบันที่จะมีการ์ตูนออกมาให้อ่านทุกสัปดาห์

ผลงานมังงะที่โดดเด่นในโชเน็นจัมป์ยุคก่อตั้งก็คือเรื่อง Harenchi Gakuen ของอาจารย์นากาอิ โก โช เน็ น จั ม ป์ คือ อะไร เขียนในปี1968-1972 ตอนแรกสุดของเรื่องนี้ลงตีพิมพ์ทั้งในฝั่งโชเน็นบุ๊กและโชเน็นจัมพ์ เป็นการ์ตูนตลกที่เล่าเรื่องเด็กชายตัวแสบที่ชอบก่อเหตุในโรงเรียนสุดเพี้ยนและมักจะจบลงด้วยความลามก จนโดนต่อว่าจากผู้ปกครองและสื่อมวลชนในยุคนั้นถึงฉากลามกและความรุนแรง

ทางอาจารย์นากาอิจึงแก้ไขเชิงประชดด้วยการปรับโทนเรื่องให้จริงจังมากยิ่งขึ้น มีทั้งฉากแอ็กชั่น ฉากดราม่า และฉากรุนแรงทั้งด้านกายภาพและด้านจิตใจ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของนักเขียนท่านนี้ เรื่องที่สองที่จัดว่าเป็นหน้าตาของโชเน็นจัมป์ในยุคแรกสุดคือ Otoko Ippiki Gaki Daisho ของอาจารย์โมโตมิยะ ฮิโรชิ เขียนในปี1968-1973 การ์ตูนมังงะแอ็กชั่นเต็มรูปแบบ

ที่บอกเล่าเรื่องของ โทกาวะ มันคิจิ นักเรียนที่ดูเหมือนจะเป็นคนชอบต่อยตีแบบไม่เลือกหน้า โชเน็น คือ ก่อนที่สถานการณ์ต่างๆ จะทำให้ทุกคนเห็นว่า แม้ตัวเขาจะห่าม แต่ก็ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง และบ่อยครั้งที่มันคิจิต้องต่อสู้กับผู้มีอำนาจเหนือกว่า ตั้งแต่ลูกชายของเทศมนตรี ไปถึงยากูซ่า และด้วยเสน่ห์ของลูกผู้ชายเช่นนี้ทำให้ศัตรูกลับกลายมาเป็นมิตรในภายหลัง เพื่อต่อสู้กับคู่ต่อสู้คนต่อๆ ไปที่มีพลังอำนาจมากยิ่งขึ้น

เรื่องที่สามซึ่งเป็นเรื่องดังของโชเน็นจัมป์ยุคแรกก็คือเรื่อง Chichi no Tamashii ของอาจารย์ไคทสึกะ ฮิโรชิ เขียนในปี1968-1971 ที่ค่อยๆ เล่าเรื่องราวของ นันโจ โจทาโร่ ตั้งแต่วัยเด็ก ไปจนถึงช่วงมัธยมปลายซึ่งเขาพยายามสร้างทีมเบสบอลที่สามารถไปถึงโคชิเอ็งให้ได้ ก่อนที่เขาจะทำสำเร็จในช่วงท้ายของเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากอีกเรื่องและเป็นการ์ตูนมังงะแนวกีฬาที่ได้รับความนิยมมาก

รู้จักโชเน็นจัมป์

รู้จักโชเน็นจัมป์

รู้จักโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น เข้าสู่ช่วงยุคที่สองของนิตยสารกับการให้พื้นที่นักเขียนวัยรุ่นสร้างผลงาน

โดยหลังจากเริ่มมีการ์ตูนฮิตและเป็นที่รู้จักกับ 3เรื่องแรกที่ได้รับความนิยมในสังคมญี่ปุ้นเป็นอย่างมากยุคที่สองของโชเน็นจัมป์ ก็จะอยู่ในช่วงเวลา ค.ศ.1968-1978 โดยหากสังเกตุจะรับรู้ได้ว่าในช่วงแรกเริ่ม มังงะจำนวนมากที่มาตีพิมพ์ในโชเน็นจัมป์จบลงอย่างรวดเร็ว และถ้าสังเกตไปที่มังงะดังสามเรื่องที่กล่าวถึงในยุคแรก จะเห็นว่ามังงะเหล่านั้นเหมือนเป็นการวางรากฐานให้กับโชเน็นจัมป์ในภายหลัง

ที่จะต้องมีเนื้อเรื่องสอดคล้องกับแนวคิด ที่เกี่ยวกับมิตรภาพ ความพยายาม และชัยชนะ ชื่อหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นแก่นของนิตยสารในยุคต่อมา แต่ตัวอาจารย์นากาอิ โก เคยให้สัมภาษณ์ว่าปัจจัยเหล่านั้นเป็นเหตุผลที่ถูกสร้างตามมาในภายหลัง ในมุมของตัวอาจารย์ที่เขียนงานลงโชเน็นจัมป์ตั้งแต่เริ่มต้น กลับมองว่ายุคแรกๆออกจะเป็นพื้นที่ให้เหล่านักเขียนรุ่นใหม่ได้มาวาดลวดลาย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแต่อย่างใด

ด้วยความที่นิตยสารการ์ตูนเล่มอื่นๆในยุคเดียวกันมีนักเขียนดังอย่างอาจารย์เทะสึกะ โอซามุ weekly shonen jump ซื้อที่ไหน หรืออาจารย์มิซุกิ ชิเงรู ผู้วาด อสูรน้อยคิทาโร่ หรือไม่ก็เป็นกลุ่มนักเขียนของหอพักโทคิวะ อย่างอาจารย์ฟุจิโกะ ฟุจิโอะ อาจารย์อิชิโนโมริ โชทาโร่ ฯลฯ คอยสร้างผลงานเรียกคนอ่านตรงกันข้ามกับทางโชเน็นจัมป์ที่วัยของนักเขียนที่สร้างผลงานฮิตยุคแรกไม่เกินหลัก 30ปี

อย่างตัวอาจารย์นากาอิก็เพิ่งอายุแค่23 ส่วนอาจารย์โมโตมิยะ กับอาจารย์ไคสึกะ shonen jump ซื้อออนไลน์ เพิ่งอายุได้21ปีเพียงเท่านั้น อาจจะเป็นการวางตัวให้เป็นสถานที่สำหรับคนรุ่นใหม่ มาปล่อยของแบบนี้นี่เองที่ทำให้โชเน็นจัมป์สามารถเข้ามาแทรกอยู่ในใจนักอ่านแข่งกับนิตยสารรุ่นพี่อีกสองเล่มได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ด้วยความอิสระทำให้มังงะที่่โดดเด่นในยุคนี้มีหลากสไตล์

นับตั้งแต่การ์ตูนแก๊กเต็มรูปแบบอย่าง Dokonjo Gaeru หรือ เจ้าหนูกบอภินิหาร ของอาจารย์โยชิซาวะ ยาซุมิ เขียนในปี1970-1976 ที่บอกเล่าเรื่องราวเหนือจริงของเด็กชายฮิโรชิไปล้มทับกบเปียงคิจิจนทำให้เจ้ากบตัวดังกล่าวไปสิงอยู่บนเสื้อ แต่ใช่ว่าเจ้ากบสีเหลืองจะเข้ามาล้างแค้นเด็กชาย ไปๆมาๆฮิโรชิกับเปียงคิจิก็กลายมาเป็นคู่หูจับมือกันป่วนแทน

หลังจากที่ เจ้าหนูกบอภินิหารจบลงไป ก็มีนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่อยากจะลองปรับแนวมาเขียนมังงะแนวแก๊ก แต่เจ้าตัวคุ้นเคยกับการคิดเรื่องแบบจริงจังมาก่อน เขาจึงเลือกที่เล่าเรื่องตลกจากสิ่งที่ใกล้ตัวคนญี่ปุ่น และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นของการเขียนมังงะเรื่อง KochiKame ของอาจารย์อากิโมโตะ โอซามุ เขียนในปี1976-2016 รู้จักโชเน็นจัมป์

มังงะที่จะเล่าถึงนายตำรวจประจำป้องยามเรียวซัง ที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวสารพัดสารเพ ตั้งแต่เรื่องราววุ่นวายในท้องที่ หรือบางทีก็เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ ด้วยความหลากหลายและเดินเรื่องให้ทันยุคของผู้เขียนทำให้มังงะเรี่องนี้กลายเป็นผลงานที่ตีพิมพ์ยาวนานที่สุดของนิตยสารโชเน็นจัมป์ไปในที่สุด โดยมังงะเรื่องนี้เป็นมังงะที่เด็กผู้ชายในยุคนั้นของญี่ปุ่นจะต้องเคยอ่านสักครั้งอย่างแน่นอน

ฝั่งการ์ตูนกีฬาก็มีมังงะแนวกีฬาเกินจริง อย่างเรื่อง Astro Kyuudan ที่ได้อาจารย์นาคาจิมะ โนริฮิโระเป็นผู้วาด ส่วนอาจารย์ชิโร่ โทซากิเป็นผู้แต่งเรื่อง เขียนในปี1972-1976 เรื่องราวของมังงะเรื่องนี้เกี่ยวกับนักเบสบอล 9คน ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น ที่เกิดในวันที่9 เดือน9 ปีโชวะที่29 เวลา 9นาฬิกา 9นาที ซึ่งมีเศรษฐีคนหนึ่งทุ่มเงินค้นหาตัวพวกเขา แล้วจับมาสร้างทีมเบสบอลที่สามารถเอาชนะนักกีฬาเบสบอลเมเจอร์ลีก

ที่มีท่าไม้ตายหมายสังหารนักกีฬาในสนามถ้าพูดว่ามังงะเรื่องนี้เป็นรุ่นพี่ในด้านความโม้จัดของกัปตันสึบาสะ และThe Prince of Tennis ก็ไม่ผิดนักนี้เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนแนวกีฬาที่มีครบทุกรสชาติและมีพลังพิเศษหรือท่าไม้ตายเรื่องแรกและเป็นแรงบรรดารใจให้กับมังงะกีฬายุคหลังในการมีท่าไม้ตายติดตัวของใครของมันมาจนถึงยุคสมัยนี้อีกด้วยสำหรับมังงะการ์ตูนเรื่องนี้ก็ถือว่าได้รับความนิยมมากในตอนนั้น

รู้จักโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น มังงะที่เริ่มมามีบทบาทในการทำเป็นการ์ตูนอนิเมชั่น

โดยนี้ก็ยังถือเป็นยุคสองที่เหตุการณ์จะยังอยู่ในช่วงปี1968-1978แต่เป็นช่วงยุคหลังที่การ์ตูนมังงะในโชเน็นจัมป์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและหลายเรื่องมีชื่อเสียงมาจนถึงประเทศไทยและการเข้ามามีบทบาทของวงการโทรทัศน์ทำให้เริ่มมีการนำเอาการ์ตูนมังงะไปสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นฉายลงทางทีวี โดยเรื่องแรกก็ต้องพูดถึงนักเขียนเบอร์หนึ่งในยุคนั้นอย่างอาจารย์นากาอิ โก

ที่ในช่วงนั้นได้ปล่อยผลงานใหม่ของตัวเองลงในโชเน็นจัมป์ ชื่อหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น แต่คราวนี้ฉีกแนวมาเป็นแนวแอ็กชั่นหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า มาชินก้า Z ออกมาในปีค.ศ.1972  แต่การ์ตูนหุ่นยนต์ยักษ์เรื่องนี้ตีพิมพ์อยุ่ในโชเน็นจัมป์แค่ช่วงระยะหนึ่ง ก่อนที่จะโยกย้ายไปตีพิมพ์ในนิตยสาร เทเลบิแม็กกาซีน ของทางโคดันฉะในภายหลัง เนื่องจากเป็นคำร้องขอจากสปอนเซอร์ของฝั่งอนิเมชั่น

คอบร้า เห่าไฟสายฟ้า มังงะแนวไซไฟอวกาศล้ำยุคของอาจารย์เทราซาวะ บูอิจิ เขียนในปี1978-1984 ก็เริ่มต้นการผจญภัยในนิตยสารโชเน็นจัมป์แห่งนี้เป็นที่แรก การ์ตูนที่เล่าเรื่องอดีตโจรสลัดอวกาศผู้มีแขนข้างนึ่งเป็นปืนไซโคกันที่สามารถใช้พลังจิตในการยิง มังงะได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสไตล์เจมส์ บอนด์ เข้ากับการผจญภัยของหญิงสาวในอวกาศแบบหนังเรื่องBarbarella

และมีแนวคิดไซไฟที่หม่นนิดๆ ด้วยความที่อาจารย์เทราซาว่า มังงะโชเน็น แนะนํา ได้รับแรงบันดาลในการเป็นนักเขียนมังงะมาจากอาจารย์เทะสึกะ โอซามุที่แฝงความดาร์กไว้ในผลงานอยู่เป็นประจำในเนื้อเรื่องนั่นเอง อีกเรื่องที่น่าพูดถึงก็คือ Ring ni Kakero มังงะต่อยมวยที่นักมวยแต่ละคนมีท่าพิเศษประจำตัว พร้อมกับภาพการกระเด็นออกจากเวทีแบบสุดโต่ง

ซึ่งอาจารย์คุรุมาดะ มาซามิ เขียนลงในโชเน็นจัมป์ช่วงปี 1977-1981 และเป็นการเดินตามรอยผลงานดัง ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น ในโชเน็นจัมป์อีกสองเรื่องอย่าง Otoko Ippiki Gaki Daisho ที่ตัวอาจารย์ชื่นชอบ กับ Astro Kyuudan ที่แสดงให้เห็นว่ามังงะเกินจริงก็สามารถได้รับความนิยมถ้าเนื้อเรื่องมีความสนุกให้กับคนอ่านมากพอ มันฮวา

นอกจากนี้แล้วในช่วงทศวรรษแรกนี่เองที่โชเน็นจัมป์ได้เปิดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่ โดยมีการจัดตั้ง รางวัลเทะสึกะในปี1971 เน้นเฟ้นหามังงะเนื้อเรื่องเข้มข้น ตามด้วยการจัดตั้งรางวัลอาคาทสึกะที่เน้นเฟ้นหามังงะสายตลก อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกจัดขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรมของโชนเน็นจัมป์คือการเปิดให้ผู้อ่านลงคะแนนความนิยมมังงะในนิตยสาร

ที่ทั้งมีโอกาสทำให้มังงะที่ไม่ดังโดนตัดจบเร็วขึ้น หรืออาจจะทำให้มังงะที่ดูเงียบๆ การ์ตูนโชเน็น คือ สามารถตีพิมพ์ต่อไปได้ กิจกรรมนี้ทำให้นิตยสารมีความสดใหม่อยู่ตลอด และกลายเป็นกิจกรรมที่คนรักการ์ตูนมักจะจับตามองกันจนถึงปัจจุบันนี้และยังได้รับความนิยมความสนใจจนถึงปัจจุบันอีกด้วยกับการทำกิจกรรมเพื่อให้ผู้อ่านลงคะแนนความนิยมเพื่อช่วยโหวตการตูนที่ชอบและลงคะแนนความนิยมให้มังงะที่ติดตาม

ยุคที่สามของโชเน็นจัมป์ที่มีการ์ตูนชื่อดังมากมายและทำให้หนังสือโชเน็นจัมป์กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

โดยยุคที่สามของหนังสือรายสัปดาห์โชเน็นจัมป์ที่ผมจะพูดถึงนี้จะเป็นช่วงหลังจากการครบรอบ10ปีหนังจากเปิดตัวหนังสือรายสัปดาห์นี้ขึ้นมาโดยจะเป็นในช่วงค.ศ.1978-1988 ที่ทางสำนักพิมพ์จะมียอดตีพิมพ์สัปดาห์ละสามล้านเล่ม สร้างผลงานดังลงตีพิมพ์ในนิตยสารอย่างต่อเนื่อง และมีนักเขียนชื่อดังจำนวนมาก นักเขียนหลายต่อหลายคนก็มาเขียนผลงานเรื่องต่อในนิตยสารเล่มเดิม

แต่สิ่งหนึ่งที่มังงะหลายเรื่องของยุคนี้นำเสนอคือมุ่งตอบสนองเด็กวัยรุ่น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักด้วยนักอ่านในยุคแรกเป็นเด็กประถม สิบปีผ่านไป เด็กๆเหล่านั้นย่อมเติบโตเป็นวัยรุ่นในช่วงมัธยมปลายหรือวัยมหาลัยกันแล้ว นอกจากแนวเรื่องที่ปรับเข้าหาเด็กวัยรุ่นมากขึ้น ยังมีอีกสิ่งเหมือนเป็นเทรนด์ตามมาด้วยก็คือ ความล่ำบึ้กของเหล่าตัวละครชายที่แทบทุกเรื่องในยุคนั้นต้องมีตัวละครที่กล้ามใหญ่ล่ำบึ้ก

นับตั้งแต่ คินนิคุแมน ของสองคู่หูยูเดะทามาโกะ เขียนในปี1979-1987 มังงะแนวตลกที่ช่วงแรกเน้นการแซวฮีโร่ตัวใหญ่แบบอุลตร้าแมน ก่อนจะค่อยๆ ปรับมาเป็นศึกดวลมวยปล้ำระหว่างยอดมนุษย์ต่างดาวที่แทบทุกตัวละครมีร่างล่ำบึ้ก Black Angels ของอาจารย์ชินจิ ฮิรามัทสึ เขียนในปี1981-1985 ที่แม้อาจารย์จะนิยมเขียนตัวละครชายล่ำๆลีนๆอยู่แล้ว ชื่อหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น แต่ในยุคนี้เราได้เห็นกล้ามเนื้อของตัวละครมากขึ้น

และก็เข้ากับเรื่องราวของกลุ่มคนที่ยอมผันตัวเองเป็นนักฆ่าเพื่อกำจัดผู้มีอำนาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่ผลงานที่ถือว่าทำให้ตัวละครล่ำบึ้กในนิตยสารจัมพ์พลุ่งผล่านถึงขีดสุดต้องยกให้มังงะเรื่อง ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ ผลงานการแต่งเรื่องของบุรอนซอน กับภาพวาดที่แสนดุดันของอาจารย์ฮาระ เท็ตสึโอะ เขียนในช่วงปี1983-1988 มังงะเล่าเรื่องราวโลกในปี199x ที่สงครามนิวเคลียร์กวาดล้างแทบทุกพื้นที่ของโลกใบนี้

ผู้มีชีวิตรอดเหลือเพียงผู้แย่งชิงและผู้ถูกแย่งชิง จนกระทั่งการมาถึงของ เคนชิโร่ ผู้สืบทอดวิชาอุดรเทวะ ที่ตอนเริ่มเรื่องเขาเพียงต้องการจะล้างแค้นจากการถูกชิงตัวคนรักไป ก่อนเรื่องราวจะพลิกผันจนกลายการต่อสู้เพื่อคืนความสงบสู่โลกที่วุ่นวาย ฤทธิ์หมัดดาวเหนือได้รับความนิยมอย่างมากจากมวลชนทั่วญี่ปุ่นจนกล่าวกันว่า ตอนนั้นคะแนนความนิยมของมังงะเรื่องนี้ทิ้งห่างจากอันดับที่สองถึงหนึ่งเท่าตัว

หนังสือการ์ตูนฉบับรวมเล่มยังสามารถทำยอดขายไปได้ถึง 100ล้านเล่ม ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น กลายเป็นหลักชัยให้มังงะเรื่องอื่นๆ พยายามทำยอดขายให้แซงหน้า ความกล้ามล่ำบึ้กของเคนชิโร่ ยังส่งอิทธิพลให้กับมังงะเรื่องอื่นๆ ที่มาลงในจัมพ์ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนลูกผู้ชายที่โด่งดังตามกันมาของอาจารย์มิยาชิตะ อากิระ เขียนในปี1985-1991 มังงะแนวตลกล้อเลียนที่สมมติว่ามีโรงเรียนฝึกความเป็นลูกผู้ชายให้เต็มสูบ

มีแต่ตัวละครที่กินเวย์แทนน้ำเปล่า จนทำให้มังงะสามารถเปลี่ยนไปเป็นแนวแนวแอ็กชั่นเต็มตัวได้อย่างไม่แปลกตาในภายหลัง ซิตี้ฮันเตอร์ ผลงานเรื่องดังเรื่องต่อมาของอาจารย์สึคาสะ โฮโจ มีตัวเอกเอกอย่างซาเอบะ เรียว ที่เป็นทั้งมือปืน นักสืบรับจ้าง และภัยอันตรายต่อสาวๆ ทั้งโตเกียว ก็มีหุ่นล่ำซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กแก็ตสูท หรือ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ของอาจารย์ฮิโรฮิโกะ อารากิ เริ่มเขียนในปี1987 ปัจจุบันก็ยังเขียนอยู่

ก็เริ่มต้นด้วยลักษณะตัวละครกล้ามใหญ่ไว้ใจได้ตามเทรนด์ของยุคนั้น ก่อนจะฉีกการเดินเรื่องและสไตล์การเขียนไปเรื่อยๆในภาคต่อๆมา และเหล่ามังงะหลายเรื่องในช่วงเวลานี้ที่กล่าวไปข้างต้นก็มีชื่อเสียงในประเทศไทยยุคนั้นอีกด้วย และมังงะหลายเรื่องก็ได้กลายเป็นตำนานรวมถึงมีมในปัจจุบันที่หลายคนน่าจะเคยเห็นหรือเคยเล่นกับ เจ้าน่ะตายไปแล้วหรือ Omae wa mo shindeiru!! Nani!!!!!

มังงะอีกหลายเรื่องที่เป็นที่พูดถึงและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นตำนานจนถึงปัจจุบันและยังได้รับความนิยมอยู่

โดยนอกจากการ์ตูนล่ำบึ้กที่โด่งดังเป็นอย่างมากในช่วงคุยที่สามนี้การ์ตูนผลงานเด่นที่มีแนวทางของตัวเองก็ได้รับความนิยใไม่แพ้กันหลายเรื่องอย่าง กัปตันสึบาสะ ของอาจารย์ทาคาฮาชิ โยอิจิ เขียนขึ้นในปี1981-1988 ก็เริ่มเขียนในยุคนี้ การ์ตูนกีฬาฟุตบอลที่เป็นแรงบรรดารใจการเป็นนักฟุตบอลของหลายคนที่ช่วงแรกๆยังไม่โอเวอร์มากนักก่อนจะทวีความเกินจริงต่อไปในภายหลัง

ต่อมากับ เซนต์เซย์ย่า ของอาจารย์คุรุมาดะ มาซามิ เขียนในช่วงปี1985-1990 การ์ตูนแอ็กชั่นแฟนตาซีเต็มรูปแบบที่ก่อกระแสความฮิตมาจนถึงปัจจุบันนี้ จอมเกบลูส์ ของอาจารย์โมริตะ มาซาโนริ เขียนในปี1988-1997 ที่มีนักเรียนสไตล์นักเลงโอซาก้าอย่าง มาเอดะ ไทซน ที่ย้ายมาเรียนในเมืองโตเกียวเป็นตัวเอก เรื่องราวถูกเล่าแบบไม่เกินจริงแต่ก็มีความเข้มข้นเหมือนละครทีวี

ปนไปด้วยมุกเหนือจริงตามวิสัยการ์ตูนในบางที ดราก้อน เควสต์ ไดตะลุยแดนเวทมนตร์ ที่แต่งเรื่องโดยอาจารย์ซันโจ ริคุ และได้อาจารย์อินาดะ โคจิมาวาดรูปให้ เขียนในปี1989-1996 ที่อาจจะได้รับความนิยมและถูกจดจำในฐานะมังงะชั้นเยี่ยมในยุค ค.ศ.1990 ก็เริ่มต้นเขียนตอนแรกในช่วงนี้และพึ่งมีการรีบูทอนิเมชั่นไปเมื่อปีที่แล้วอีกด้วยสำหรับมังงะเรื่องนี้

และคนสุดท้ายที่โด่งดังถึงมากที่สุดกับอาจารย์โทริยามะ อากิระ นักเขียนคนหนึ่งที่หากผมไม่พูดถึงคงจะโดนครหา ชื่อหนังสือการ์ตูนในญี่ปุ่น ที่เริ่มเขียน ดร. สลัมป์ การ์ตูนแก๊กเหนือจริง เขียนในปี1980-1984 ที่เปิดตัวเส้นทางนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพให้กับอาจารย์โทริยามะได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เจ้าตัวจะมีความคิดอยากตัดจบมังงะเรื่องนี้เพราะขี้เกียจคิดมุกตลกรายอาทิตย์

และเขาก็ได้รับข้อต่อรองกับกองบรรณาธิการว่าถ้าสามารถสร้างผลงานที่ดังกว่า ดร.สลัมป์แน่ๆทางกองยินดีจะให้ตัดจบ ผลพวงจากความขี้เกียจคิดมุกตลกนี้เองที่ทำให้อาจารย์โทริยามะขยันปั่นพล็อตเรื่องผลงานชิ้นใหม่ รู้จักโชเน็นจัมป์ จนสุดท้ายโลกก็ได้รู้จักกับ ดราก้อนบอย เรื่องสั้นที่เป็นมังงะตลกแต่มีการเดินทางในสไตล์ละม้ายคล้ายไซอิ๋ว วรรณกรรมจีนชื่อดัง

และในภายหลังมังงะเรื่องนี้ก็กลายเป็นรากฐานให้ผลงานเรื่องใหม่ของโทริยามะที่ชื่อว่า ดราก้อนบอล เขียนในปี1984–1995 และดราก้อนบอลก็กลายเป็นมังงะเรื่องใหม่ที่รับช่วงไม้ต่อจากฤทธิ์หมัดดาวเหนือ ในฐานะการ์ตูนไฮไลท์ของทางนิตยสารโชเน็นจัมป์และเป็นมังงะเรื่องแรกที่โด่งดังไปทั่วโลกมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมแบบล้นหลามอย่างแท้จริงและส่งให้โชเน็นจัมป์เป็นนิตยสารการ์ตูนที่ดังที่สุดในโลก